วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

วิธีการนวด และการผสมแป้ง

การนวดขนมปัง สามารถทำได้ 2 วิธีนะครับ 
1. นวดมือ
2.นวดโดยใช้เครื่องนวด เช่น KitchenAid หรือยี่ห้ออื่น.
วิธีการผสมแป้ง มี 3 วิธี
1.แบบผสมในขั้นตอนเดียวมีขั้นตอนดังนี้
  1.1 ผสมส่วนผสมรวมกันทั้งหมด
  1.2 หมักครั้งที่ 1
  1.3 ตัด ปั้น วางในพิพม์
  1.4 หมักครั้งที่ 2
  1.5 อบ พักให้เย็นและบรรจุ
2. แบบสองขั้นตอน
 2.1 ขั้นตอนแรกเรียกว่า สปองจื นำแป้งประมาณ 70-80 %ของสูตร นำมาหมักกับยีสต์และน้ำ ผสมกันให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 3-4 ชั่วโมง
2.2 ขั้นตอนสองเรียกว่า โดเติมส่วนผสมที่เหลือนวดให้เข้ากัน เติมเนย ไขมัน นวดจนแป้งไม่ติดมือ ตัดแบ่ง ขึ้นรูป หมักต่อในพิมพ์ นำไปอบ อบเสร็จพักให้เย็น บรรจุ
3.แบบทุ่นเวลา เรียกว่า โน-ไทม์โด เหมือนวิธีที่ 1 แต่ เติมสารเร่งให้แป้งขึ้นรูปเร็วขึ้น หมักเพียง 15 นาที ตัดแบ่ง ขึ้นรูปและใส่พิมพ์ หมักทิ้ง 1-2 ชั่วโมง แล้วนำไปอบ อบเสร็จทิ้งให้เย็น บรรจุ
วิธีที่ 3 ใช้เวลาน้อยที่สุดแต่จะได้ขนมปังที่เนื้อหยาบ

ชนิดของแป้งสาลีและยีสต์

ก่อนที่จะเริ่มทำขนมปังเรามาทำความรู้จักกับส่วนประกอบหลักของแป้งสาลี และ ยีส กันก่อนนะครับ

ชนิดของแป้งสาลีมี 3 ชนิด 
1. แป้งสาลีชนิดหนัก*** แป้งสาลีชนิดนี้เป็นแป้งสาลีที่มีโปรตีนสูง โดยจะมีโปรตีนประมาน 10% และมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการหมักยีสเพื่อทำขนมปังมากที่สุด หรือ เรียกแป้งสาลีชนิดนี้ว่าแป้งสาลีขนมปัง
2. แป้งสาลีธรรมดา เป็นแป้งสาลีอเนกประสงค์
3. แป้งสาลีชนิดเบา แป้งสาลีชนิดนี้เหมาะกับการทำเค้ก เรียกแป้งสาลีชนิดนี้ว่า แป้งเค้ก.

ยีสต์ มีหน้าที่ทำให้แป้งขนมปังฟูขึ้นโดยการหมักยีสกับแป้งขนมปัง ยีสมี 3 ชนิด
1. ยีสต์สด ต้องเก็บในตู้เย็น อายุการเก็บสั้น
2. ยีสต์แห้ง ไม่ต้องเก็บในตู้เย็น อายุการเก็บนาน เวาลาใช้ต้องละลายน้ำอุ่นที่ 38 ํc โดยใช้น้ำ 5 เท่าของยีสต์ และน้ำตาล 10% ของน้ำหนักยีสต์
3. ยีสต์ผง เก็บได้นานที่สุด เก็บในอุณภูมิห้อง ใช้สะดวก ผสมกับแป้งได้เลยลดระยะเวลาการผสมแป้ง เมื่อเปิดใช้แล้วควรเก็บในภาชนะปิด.

เท่านี้ผู้อ่านก็รู้จักแป้งสาลี และยีสต์กันแล้วนะครับ ไว้คราวหน้าจะหา สูตรขนมมาให้ทำนะครับ.
สุดท้ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้อ่านทุกท่านจะให้การสนับสนุนต่อไปนานๆนะครับ